วันวัน หาแต่เรื่อง-กรณีให้รางวัลแก่พนักงาน ประเด็นกฎหมายแรงงาน และภาษีอากร

วันพุธที่ 18 ธันวาคม 2562

033 : วันวัน หาแต่เรื่อง

 

: กรณีให้รางวัลแก่พนักงาน 

  ประเด็นกฎหมายแรงงาน และภาษีอากร :

 

ใกล้ปลายปีแบบนี้

คงหนีไม่พ้นที่นายจ้างจะใจดี

มอบสิ่งดี ๆ ให้กับลูกจ้าง

 

ขณะที่ลูกจ้าง อย่างเรา ๆ ท่าน ๆ

ก็คาดหวังว่านายจ้างจะแปลงกาย

เป็นแซนต้า มอบของขวัญหรือรางวัล

ให้กับลูกจ้างที่แสนน่ารักน่าเอ็นดู

อย่าง #วันวันหาแต่เรื่อง

 

ด้วยเหตุนี้เอง

จึงเป็นที่มาของบทความในวันนี้

 

บริษัทนายจ้างหลายแห่ง

อาจมีการกําหนดสวัสดิการแก่พนักงาน

โดยให้รางวัลแก่ลูกจ้าง 

เพื่อเป็นการจูงใจและเป็นขวัญกําลังใจ

แก่พนักงานในการทํางาน

ให้แก่บริษัทอย่างมีประสิทธิภาพ (ฉันนะสิ ๆ)

 

โดยบริษัทอาจให้รางวัลแก่พนักงาน

เป็น “ทองคํา” หรือ “เงินสด” (รับได้หมดไม่ขัดข้อง)

 

ยกตัวอย่าง เช่น พนักงานที่ทํางาน

กับบริษัทครบ 5 ปี จะได้รับทองคําหนัก 2 บาท 

การจัดสวัสดิการมอบรางวัลดังกล่าว 

จะมีประเด็นภาษี และกฎหมายแรงงานอะไรบ้าง?

ที่บริษัทนายจ้าง จะต้องพิจารณา มาติดตามกัน

 

: กฎหมายแรงงาน :

การให้รางวัลหรือเงินรางวัล 

หากให้เพื่อเป็นขวัญและกําลังใจ

แก่ลูกจ้างที่มีความขยันหมั่นเพียร 

ไม่ถือเป็นเงินที่จ่าย

เพื่อตอบแทนการทํางาน ไม่ใช่ค่าจ้าง 

(คําพิพากษาฎีกาที่ 3189/2529)

 

นอกจากนั้น 

การให้รางวัลหรือเงินรางวัลแก่ลูกจ้าง 

อาจจะมีประเด็น

เรื่อง “ข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง” 

ที่นายจ้างพึงพิจารณา 

โดยอาจถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

ที่เกิดจากนายจ้างเป็นฝ่ายเสนอให้

และลูกจ้างตกลงยอมรับ 

มีคําพิพากษาฎีกาที่น่าสนใจ ดังต่อไปนี้

 

การที่จําเลยจ่ายเงินรางวัลพนักงานดีเด่น

และหัวหน้าดีเด่นประจําเดือน

แก่ลูกจ้างเป็นประจําตลอด มาทุกเดือน 

นับแต่ปี 2541 จนถึงวันที่ 16 สิงหาคม 2545 

เงินรางวัลพนักงานดีเด่น

และหัวหน้างานดีเด่นประจําเดือน

จึงเป็นประโยชน์อื่นของลูกจ้าง

อันเกี่ยวกับการจ้างงานหรือการทํางาน

และเป็นสภาพการจ้าง ตามมาตรา 5 

แห่งพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518

 

แม้ว่าเรื่องของการจ่ายเงิน

รางวัลพนักงานดีเด่น

และหัวหน้าดีเด่นประจําเดือน 

เป็นสภาพการจ้างอื่นใด ที่ไม่อยู่ในข้อเรียกร้อง

ตามบันทึกข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง

แต่ก็เป็นสภาพการจ้างที่ปฏิบัติสืบกันมา 

จึงเป็นสภาพการจ้างที่บันทึกข้อตกลงดังกล่าว

ระบุให้ต้องคงไว้เช่นเดิม และยังเป็นข้อตกลง

เกี่ยวกับสภาพการจ้างโดยปริยาย

 

การยกเลิกรางวัลพนักงานดีเด่น

และหัวหน้างานดีเด่นประจําเดือน

เป็นการเปลี่ยนแปลงสภาพการจ้าง

โดยไม่ได้รับความยินยอมจากลูกจ้าง

และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ไม่เป็นคุณแก่ลูกจ้าง 

จึงเป็นการไม่ชอบ (คําพิพากษาฎีกาที่ 9488/2551)

 

การให้ทองคําหนัก 2 บาท

ให้พนักงานที่ทํางานครบ 5 ปี 

โดยไม่ปรากฏว่ามีข้อตกลงดังกล่าว

ในข้อบังคับการทํางานของนายจ้าง 

ทั้งในปี พ.ศ. 2552 2553 และ 2554

 

โดยนายจ้างได้เคยมอบทองคํา

ให้พนักงานในปี พ.ศ. 2555 

ยังไม่ถือว่าเป็นการให้ต่อเนื่องนานหลายปี 

อันจะถือว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพ 

การจ้างที่นายจ้างต้องปฏิบัติตาม 

(คําพิพากษาฎีกาที่ 4726/2560)

 

: ประมวลรัษฎากร :

การแจกรางวัล เป็นเงินหรือทรัพย์สิน 

เช่น การแจกทองคําแก่พนักงาน 

ถือเป็นประโยชน์เพิ่มของพนักงาน 

เข้าลักษณะเป็นเงินได้

เนื่องจากการจ้างแรงงาน

ตามมาตรา 40 (1) แห่งประมวลรัษฎากร 

 

พนักงานต้องนําเงินรางวัลดังกล่าว

มารวมคํานวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา 

และบริษัทผู้จ่ายมีหน้าที่หักภาษีเงินได้ ณ ที่จ่าย

ตามมาตรา 50 (1) แห่งประมวลรัษฎากร

 

ภาษีซื้อจากการจัดซื้อทองคํา

เพื่อแจกให้แก่พนักงาน 

เข้าลักษณะเป็นภาษีซื้อ

ที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการประกอบกิจการ

ขายสินค้าหรือบริการของผู้ประกอบการ 

บริษัทจึงมีสิทธินําภาษีซื้อ

มาหักในการคํานวณภาษีมูลค่าเพิ่ม 

ตามมาตรา 82/3 แห่งประมวลรัษฎากร

 

นอกจากนั้น 

กรณีบริษัทแจกทองคําให้แก่พนักงาน 

บริษัทต้องรับผิดเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม

ในอัตรา ร้อยละ 7 ของมูลค่าของทองคํา 

เพราะเข้าลักษณะเป็นการขาย

ตามมาตรา 77/1 (8) แห่งประมวลรัษฎากร

 

ในกรณีที่นายจ้างให้ “เงินรางวัล” (ไม่ได้ให้สิ่งของ) 

นายจ้างจะไม่ต้องเสียภาษีขาย 

แต่มีประเด็น รายจ่ายต้องห้าม

ตามมาตรา 65 ตรี (19) แห่งประมวลรัษฎากร 

ที่นายจ้างพึงระวัง กล่าวคือ 

หากเป็นการกําหนดเงินรางวัล

จากผลกําไรที่ได้เมื่อสิ้นรอบระยะเวลาบัญชี 

เจ้าหน้าที่สรรพากรอาจพิจารณา

ถือเป็นรายจ่ายต้องห้ามได้

 

นี่คือ ประเด็นทางกฎหมายแรงงานและภาษีอากร

ที่นายจ้างควรใส่ใจและลูกจ้างควรรับรู้

เพื่อรักษาประโยชน์ด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

ดีกว่าผิดใจกัน แค่เรื่องรางวัล

ที่อาจจะนิดหน่อยในสายตานายจ้าง

แต่ใหญ่บิ๊กเบิ้มในสายตาลูกจ้างก็เป็นได้

#วันวันหาแต่เรื่อง คิดว่าจริงแท้แน่นวลลล

 

***ปล.วันพุธหน้า 

เราจะเจอกันเป็นครั้งสุดท้ายแล้วนะ***

 

#THAIFA “รวมพลัง สร้างอนาคต”