Menu 32 : Potato Corner เฟรนซ์ฟรายส์ร้อยล้าน - By : MoneyMixeD

 

                           

 

Menu Marketing

By : MoneyMixeD

Menu 32 : Potato Corner เฟรนซ์ฟรายส์ร้อยล้าน

สวัสดีเพื่อนๆชาว THAIFA ทุกท่านนะครับ 

กลับมาพบกันอีกครั้งทุกวันพฤหัสบดี (สัปดาห์เว้นสัปดาห์ สลับกับ Financial Espresso)

สำหรับบทความวันนี้ ผมได้แรงบันดาลใจมาจากการไปพบลูกค้าที่ห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่แห่งหนึ่ง แถวย่านบางนาครับ ด้วยระหว่างที่กำลังเดินเล่นหลังจากการพบกับลูกค้าเรียบร้อยแล้ว ก็เดินมาที่โซนของกิน ปรากฎว่ามีอยู่ร้านนึงครับ คนต่อแถวยาวมากๆ ด้วยความสงสัยเลยไปดูว่าร้านนี้เค้าขายอะไร?

ผลก็คือ "ขายเฟรนซ์ฟรายส์ปรุงรสครับ"

ใช่ครับ!!! ผมกำลังหมายถึง แบรนด์ "Potato Corner" (เป็นกระแสมากครับตอนนี้ทั้งผลิตภัณฑ์และผู้นำเข้ามา)

ผมนึกในใจว่า แบรนด์ที่ขายเฟรนซ์ฟรายแบบนี้น่าจะมาจากประเทศอะไรน๊ออออ?

เพื่อนๆเคยรู้มาก่อนไหมครับ?

ตอนที่ผมลองนึกในใจก็คือ แบรนด์จากไทยเรานี่แหละ!!! 555 (แต่คำตอบนี้...ผิดครับ)

แล้วคำตอบที่แท้จริงหล่ะ แบรนด์นี้มาจากไหน?

มาๆๆๆๆครับ เดี๋ยว MoneyMixeD เล่าให้ฟัง (รู้แล้วจะร้อง...WoW!!!)

EP.1 : ทำความรู้จักเจ้าของ(CEO)และทางเลือกครั้งที่ 1

แบรนด์ Potato Corner เริ่มจากชายที่ชื่อว่า Joe Magsaysay เค้าเป็นชาวฟิลิปปินส์ เติบโตมาจากความยากลำบาก เนื่องจากสูญเสียผู้เป็นบิดาไปตั้งแต่ช่วงยังเด็ก ทำให้เค้าต้องเรียนและทำงานพาร์ทไทม์ในร้านอาหารแห่งหนึ่ง เพื่อให้มีรายได้มาจ่ายค่าเทอมด้วยตัวเอง จนวันหนึ่งเค้าต้องตัดสินใจว่าจะเรียนต่อหรือพอแค่นี้และออกไปทำงานประจำที่ร้านแห่งนี้ เพื่อให้มีเงินพอมาดูแลครอบครัว (เค้าตัดสินใจอย่างยากลำบากมากๆ เพราะเค้ารู้ว่าการเรียนเป็นสิ่งสำคัญ)

ผลสุดท้ายเค้าต้องตัดสินใจ ออกจากโรงเรียนและออกมาทำงานประจำแทน!!! (ครอบครัวต้องอยู่ให้ได้ก่อน นี่คือสิ่งที่เค้าคิดในวันนั้น)

EP.2 : จุดเริ่มต้น

เมื่อ Joe Magsaysay ทำงานประจำได้สักระยะหนึ่ง เค้าก็มีแนวคิดที่อยากจะลองทำธุรกิจเป็นของตนเอง จึงได้มีการชวนเพื่อนๆกันร่วมหุ้นเปิดร้าน Potato Corner ขึ้น (ตอนนั้นเป็นธุรกิจเล็กๆ) โดยใช้โรงรถที่บ้านของเค้าในการเริ่มธุรกิจเป็นสาขาแรกนั่นเอง (สมัยก่อนหลายๆธุรกิจเกิดขึ้นในโรงรถเนอะ บริษัท Apple ของสตีบ จอบส์ ก็เหมือนกัน) ซึ่งเงินทุนก้อนแรกที่ต้องใช้ก็คือ 255,000 บาท โดยเป็นเงินทุนของ Joe Magsaysay เพียง 64,000 บาท

คำถาม คือ เค้ามีเงินก้อนนั้นไหม?

.

.

.

คำตอบ คือ ไม่มีครับ!!! (เค้าไปหายืมเพื่อนๆมาจนได้ครบจำนวน)

EP.3 : ทางเลือกครั้งที่ 2

เมื่อเริ่มเปิดธุรกิจได้ไม่นาน (ตอนนั้นเค้ายังคงทำงานประจำอยู่ที่ร้านเดิมอยู่ด้วย) หัวหน้าร้านได้เรียกเค้าไปคุยด้วยถึงแนวทางในการทำงานที่ร้านแห่งนี้ว่า "คุณทำงานอื่นควบคู่ด้วยใช่หรือไม่?"

Joe Magsaysay ตอบว่า "ใช่ครับ!!!"

หัวหน้าเลยย้อนถามเค้ากลับไปว่า "ตกลงคุณจะทำงานที่ร้านอาหารของเราต่อ หรือจะไปทำธุรกิจเล็กๆ ที่คุณกำลังทำอยู่?"

ถ้าเงินประจำจากร้านอาหารตอนนั้น สามารถดูแลตัวเองและครอบครัวได้และก็ค่อนข้างมั่นคง เมื่อเปรียบเทียบกับธุรกิจเล็กๆที่ยังมองไม่เห็นอนาคตข้างหน้าว่าจะเป็นอย่างไร?

(เป็นคุณจะเลือกทางไหนครับ?)

Joe Magsaysay ก็คิดเรื่องนี้อยู่นานครับ จนตัดสินใจที่จะลาออกจากงานประจำ แล้วหันหน้าเข้าหาธุรกิจของเค้าอย่างเต็มที่!!! นี่แหละครับ ส่วนใหญ่ผลลัพธ์ที่ยิ่งใหญ่ มันมักเริ่มจากการต้องตัดสินใจครั้งสำคัญหรือสูญเสียอะไรบางอย่างไปก่อนเสมอ

EP.4 : การเติบโต และทางเลือกครั้งที่ 3 และ 4

Potato Corner เปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในปี 1992 (เมื่อ 27 ปีที่แล้ว) ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดี และ Joe Magsaysay ก็อยากขยายสาขาเพิ่มขึ้น แต่ติดตรงที่การขยายสาขาเพิ่มขึ้นต้องใช้เงินลงทุนจำนวนมาก ทางเลือกครั้งที่ 3 จึงเกิดขึ้น ซึ่งเค้าตัดสินใจที่จะขายแบบแฟรนไชส์แทนกาตเปิดสาขานั่นเอง โดยการตัดสินใจครั้งนี้ก็เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้อง เพราะทำให้ธุรกิจของเค้าเติบโตเป็นอย่างมากครับ และทางเลือกครั้งที่ 4 นี้เกิดขึ้นต่อมาในปี 2006 (14 ปีหลังจากเปิดอย่างเป็นทางการ) เมื่อมีนักเรียนชาวอินโดนีเซียได้มีโอกาสลองชิม จนติดใจ และอยากได้แบรนด์ Potato Corner ไปเปิดสาขาที่อินโดนีเซียบ้าง และหลังจากที่เค้าสำรวจตลาดแล้ว การขยายสาขาไปยังต่างประเทศครั้งแรกก็เกิดขึ้นครับ ตามมาด้วยการเปิดสาขาในประเทศสหรัฐอเมริกา ออสเตรเรีย ปานามา ฮ่องกง กัมพูชา สิงคโปร์ เวียดนาม คูเวต และก็ประเทศไทยของเราด้วยครับ (ปี 2016 - คุณพีช พชร เริ่มนำเข้ามาเปิดทำการตลาดในไทย)

EP.5 : จากวันนั้นถึงปัจจุบัน

จากข้อมูลที่ผมลองศึกษาดู ในปี 2015 แบรนด์ Potato Cornner สามารถเปิดสาขาที่ 500 ได้สำเร็จ และก้าวเข้าสู่สาขาเป้าหมายที่ 1,500 สาขาใน 14 ประเทศทั่วโลกไปเรียบร้อยแล้วในปี 2019 นี้นี่เอง (ในประเทศไทยมี 42 สาขา)

รายได้ของ Potato Corner ในประเทศไทย

ปี 2016 รายได้ 8.6 ล้านบาท

ปี 2017 รายได้ 83.7 ล้านบาท

ปี 2018 รายได้ 166.9 ล้านบาท

ปี 2019 รายได้ ...... ล้านบาท (มาลุ้นกันครับปีนี้ว่าจะมีรายได้เท่าไหร่?)

อีกอย่าง คือ แล้วทั่วโลกรายได้เท่าไหร่กันน๊าาาา? 

(ข้อมูลจาก : ลงทุนแมน)

สุดท้ายแล้วเราได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

ใครจะไปคิดว่าเฟรนซ์ฟรายส์ถ้วยแค่นี้จะสร้างมูลค่าได้มากมายขนาดนี้ หรือ การตัดสินใจบางครั้งในชีวิตก็อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตไปตลอดกาลได้เช่นกัน

เพื่อนๆที่อ่านบทความนี้อยู่หละครับ ... คุณได้อะไรจากเรื่องนี้บ้าง?

ช่วยบอกเล่าให้ฟังกันหน่อยครับ เผื่อเป็นไอเดียดีๆาำหรับเพื่อนๆของเราบ้าง ส่วนผมจะรออ่านทุกคอมเม้นเลยนะครับ 

#ยิ่งให้ยิ่งได้รับ

#THAIFA “รวมพลัง สร้างอนาคต”