วันวัน หาแต่เรื่อง - รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของสามีภริยา

 

วันพุธที่ 28 สิงหาคม 2562

 

022 : วันวัน หาแต่เรื่อง

 

: รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ของสามีภริยา :

 

สามีและภริยาได้จดทะเบียนสมรสกัน

เป็นสามีภริยาโดยชอบด้วยกฎหมาย

 

ต่อมาสามีภริยาได้นำเงินที่ทำมาหาได้ 

(เลิฟอ่ะ … ช่วยกันทำมาหากิน)

ไปซื้อที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง

 

ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง ย่อมเป็น “สินสมรส”

สามีและภริยาเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์

ร่วมกันและมีส่วนเท่ากัน 

(จริงดิ … ชีวิตจริงไม่เห็นเป็นอย่างนั้นเลย >_<“)

ตามมาตรา 1474 (1) 

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

 

ต่อมาสามีภริยา

ได้ร่วมกันขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง

ที่บุคคลทั้งสองเป็นเจ้าของร่วมกัน 

และมีส่วนเท่ากัน (ย้ำแล้วย้ำอีก)

 

ถือได้ว่าสามีภริยาแต่ละคน

ได้รับเงินได้พึงประเมินคนละส่วนเท่ากัน

จากการร่วมกันขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว 

 

โดยมิใช่เป็นกรณีที่มีเงินได้พึงประเมิน

ที่มิอาจแยกได้อย่างชัดแจ้ง

(อ้าว … ทั้งคู่ตกลงแบ่งรายได้กันเองไม่ได้หรือ?)

 

ดังนั้น สามีภริยา จึงต่างฝ่ายต่างมีหน้าที่

ยื่นแบบแสดงรายการเกี่ยวกับเงินได้พึงประเมิน

จากการขายที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้างดังกล่าว

จำนวนคนละกึ่งหนึ่ง 

ตามมาตรา 57 ฉ วรรคหนึ่ง แห่งประมวลรัษฎากร

 

เรื่องนี้ เขาขึ้นโรงขึ้นศาลกัน

ไปดูกันดีกว่า ว่าศาลท่านพิพากษาอย่างไร?

 

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3292/2561 

นาย ส. (โจทก์) กรมสรรพากร (จำเลย)

 

ตามข้อเท็จจริงในคดีนี้ 

โจทก์กับ จ. เป็นสามีภริยาจดทะเบียนสมรสกัน   

ต่อมาโจทก์กับ จ. ขายอสังหาริมทรัพย์

อันเป็นสินสมรส มีราคาประเมินทุนทรัพย์

เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียม

จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม

ตามประมวลกฎหมายที่ดิน

เป็นเงิน 546,000 บาท

 

ซึ่งการขายอสังหาริมทรัพย์นั้น 

ถือเป็นเงินได้จากการขายสินสมรส

ซึ่งตาม ป.พ.พ. มาตรา 1357  

ให้สันนิษฐานว่าเจ้าของรวมกันมีส่วนเท่ากัน    

ทรัพย์สิน อันเป็นสินสมรสก็ถือว่าต่างฝ่าย

มีส่วนเป็นเจ้าของร่วมกันคนละกึ่งหนึ่งเช่นกัน  

 

เมื่อโจทก์กับ จ. ไม่ได้มีสัญญาตกลงกันไว้เป็นอื่น

ในเรื่องการจัดการสินสมรส      

ก็ถือว่าโจทก์กับ จ. มีเงินได้คนละกึ่งหนึ่ง

     

กรณีไม่ใช่เป็นเงินได้ที่ไม่อาจแบ่งแยกได้ชัดแจ้ง

ว่าเป็นของสามีและภริยาแต่ละฝ่าย จำนวนเท่าใด  

จึงไม่ต้องด้วยมาตรา 57 ฉ วรรคสอง

 

โจทก์กับ จ. จะแบ่งเงินได้พึงประเมิน

ของแต่ละฝ่ายตามส่วนที่ตกลงกัน

ตามมาตรา 57 ฉ วรรคสอง ตอนท้ายไม่ได้ 

 

การที่โจทก์ยื่นแบบแสดงรายการ

เสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา

ว่าโจทก์มีเงินได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 

จำนวน 414,960 บาท  

ส่วน จ. มีเงินได้จำนวน 131,040 บาท 

จึงไม่ถูกต้อง 

 

: ข้อสังเกต :

 

หากสามีภริยาในคดีข้างต้น

ได้มีสัญญาตกลงกันไว้เป็นอย่างอื่น

ในเรื่องการจัดการสินสมรส  

กรมสรรพากร และศาล ก็จะไม่พิจารณาว่า

สามีภริยามีเงินได้คนละกึ่งหนึ่ง

 

ดีนะ ที่ #วันวันหาแต่เรื่อง

ไม่มีที่ทางเหมือนอย่างสามีภริยาคู่นี้

เพราะแค่ได้เงินไปทำงาน วันละ 500 บาท

ยังต้องทำเรื่องเบิกจ่ายกับคุณภริยาเลยอ่ะครับ

คุณผู้อ่านก็คิดเอาแล้วกัน (เงินเราคือ เงินเธอ) 555

 

#THAIFA "รวมพลัง สร้างอนาคต"