SAVING MR.BANK - อยากทำประกันชีวิตควรทำแบบไหนดี?

 

 

SAVING MR.BANK

มงคล ยงรักเกียรติ

>>>อยากทำประกันชีวิตควรทำแบบไหนดี?

 

 เมื่อเรามีความต้องการอยากจะทำประกันชีวิตสักฉบับแต่ดันมีให้เราเลือกมากมายเหลือเกินไม่รู้ว่าควรทำแบบไหนดีเดี๋ยววันนี้เราจะมาดูกันว่าประกันชีวิตมีกี่แบบและแบบไหนที่จะเหมาะกับความต้องการของเรา

 

 ประกันชีวิตในปัจจุบันมีอยู่ 4 แบบคือ

1. แบบชั่วระยะเวลา (Term) เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตในระยะเวลาประกันภัยวัตถุประสงค์เพื่อคุ้มครองการเสียชีวิตก่อนวัยอันสมควรการประกันชีวิตแบบนี้ไม่มีส่วนของการออมทรัพย์เบี้ยประกันภัยจึงต่ำกว่าแบบอื่นๆและไม่มีเงินเหลือคืนให้หากผู้เอาประกันภัยอยู่จนครบกำหนดสัญญา

ยกตัวอย่างหากนายเอได้ไปซื้อบ้านมาราคา 4 ล้านบาททำเรื่องการผ่อนบ้านไว้สัญญา 20 ปีแต่ไม่ได้ทำประกันสินเชื่อกับทางธนาคารเอาไว้การทำประกันแบบชั่วระยะเวลาที่คุ้มครองทุนประกัน 4 ล้านบาทที่ระยะเวลาคุ้มครอง 20 ปีอาจจะเป็นการทำประกันที่ใช้เบี้ยประกันถูกที่สุดในทุกแบบเพราะเราต้องการแค่ความคุ้มครองชีวิตเป็นหลักเมื่อนายเอผ่อนบ้านหมดความคุ้มครองจะหมดพอดีและไม่มีมูลค่าเวนคืนกรมธรรม์

 

2. แบบตลอดชีพ (Whole Life) เป็นการประกันชีวิตที่ให้ความคุ้มครองตลอดชีพถ้าผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตเมื่อใดในขณะที่กรมธรรม์มีผลบังคับบริษัทประกันชีวิตจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์วัตถุประสงค์เบื้องต้นของการประกันภัยแบบนี้เพื่อจัดหาเงินทุนสำหรับจุนเจือบุคคลที่อยู่ในความอุปการะเมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตหรือเพื่อเป็นเงินทุนสำหรับค่าทำศพทั้งนี้เพื่อไม่ให้ตกเป็นภาระของคนอื่น

ยกตัวอย่างหากนายบีต้องการทิ้งเงินก้อนสุดท้ายของชีวิตให้กับครอบครัวเพื่อทิ้งเป็นมรดกหรือปรับตัวเป็นมูลค่า 2 ล้านบาทการทำประกันชีวิตแบบตลอดชีพทุนประกัน 2 ล้านบาทระยะเวลาคุ้มครองตลอดชีพก็น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์นี้ได้เป็นอย่างดีถึงแม้ว่าจะใช้เงินจ่ายค่าเบี้ยประกันสูงกว่าแบบชั่วระยะเวลาแต่ข้อดีไม่ถูกกำหนดระยะเวลาดังนั้นต่อให้เวลาผ่านไป 30 ปีกรมธรรม์ฉบับนี้ก็ยังมีความคุ้มครองอยู่และเมื่อนายบีเสียชีวิตไปเงิน 2 ล้านบาทก็จะถูกส่งไปยังผู้รับประโยชน์หรือผู้รับมรดกชิ้นนี้อย่างที่นายบีได้ตั้งใจไว้สำหรับความเห็นผมถ้าจะบอกว่ากรมธรรม์ฉบับไหนเหมาะแก่การที่จะพูดว่ากรมธรรม์แห่งความรักมากที่สุดผมอยากมอบให้กับฉบับนี้เลย

 

 

3. แบบสะสมทรัพย์ (Endowment) เป็นการประกันชีวิตที่บริษัทจะจ่ายจำนวนเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้เอาประกันภัยเมื่อมีชีวิตอยู่ครบกำหนดสัญญาหรือจ่ายเงินเอาประกันภัยให้แก่ผู้รับประโยชน์เมื่อผู้เอาประกันภัยเสียชีวิตลงภายในระยะเวลาประกันภัยการประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์เป็นส่วนผสมของการคุ้มครองชีวิตและการออมทรัพย์ส่วนของการออมทรัพย์คือส่วนที่ผู้เอาประกันภัยได้รับคืนเมื่อสัญญาครบกำหนด

ยกตัวอย่างนายซีต้องการจะเก็บเงินเพื่อเอาไว้ใช้ยามเกษียณอีก 20 ปีข้างหน้าการทำประกันสะสมทรัพย์แบบจ่ายเบี้ยประกัน 20 ปีคุ้มครองเป็นเวลา 20 ปีก็น่าจะตอบโจทย์ของนายซีมากที่สุดหากคิดเป็นผลตอบแทนโดยเฉลี่ยมักจะอยู่ที่ประมาณ 1.5% - 3.5% ต่อปีถึงแม้ว่าหากเราเอาผลตอบแทนของประกันสะสมทรัพย์ไปเทียบกับการลงทุนในรูปแบบอื่นเช่นการลงทุนในกองทุนรวมหุ้นอาจคาดหวังผลตอบแทนในระยะยาวได้มากกว่าการซื้อประกันสะสมทรัพย์แต่สิ่งที่เป็นข้อดีของประกันสะสมทรัพย์นั้นคือความแน่นอนของสัญญาที่ระบุในกรมธรรม์ว่าผู้เอาประกันภัยจะได้รับเงินตามจำนวนที่ตกลงไว้ในสัญญาแน่นอนจะไม่ผันผวนเท่ากับการลงทุนในกองทุนหุ้น  และระหว่างช่วงที่ทำประกันก็จะมีเงินคืนในระหว่างปีด้วยขึ้นอยู่กับแบบประกันนั้นๆเมื่อครบกำหนดสัญญา 20 ปีนายซีจะได้รับเงินคืนครบสัญญาเป็นก้อนเพื่อนำไปใช้ในช่วงเกษียณอายุการทำประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์นั้นนอกจากจะได้ออมเงินแล้วยังมีทุนประกันชีวิตที่คุ้มครองผู้เอาประกันภัยด้วยแต่ก็ต้องบอกว่าการจ่ายเบี้ยประกันแบบสะสมทรัพย์นั้นอาจไม่ได้เน้นจุดประสงค์หลักที่ทุนประกันชีวิตเท่าไหร่เพราะถ้านำเงินค่าเบี้ยจำนวนที่เท่ากันไปซื้อประกันชีวิตแบบตลอดชีพหรือแบบชั่วระยะเวลานั้นจะได้ทุนประกันที่สูงกว่าแบบประกันสะสมทรัพย์ค่อนข้างมาก

 

4. แบบเงินได้ประจำ (Annuity)หรือที่รู้จักในนามว่าประกันบำนาญเป็นการประกันชีวิตที่บริษัทประกันชีวิตจะจ่ายเงินจำนวนหนึ่งเท่ากันอย่างสม่ำเสมอให้แก่ผู้เอาประกันภัยทุกปีนับแต่ผู้เอาประกันภัยเกษียณอายุหรือมีอายุครบ 55 ปีหรือ 60 ปีเป็นต้นไปแล้วแต่เงื่อนไขในกรมธรรม์ที่กำหนดไว้สำหรับระยะเวลาการจ่ายเงินได้ประจำนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้เอาประกันชีวิตที่จะเลือกซื้อ

ยกตัวอย่างนางสาวดีต้องการเกษียณอายุตอน 60 ปีและต้องการรายได้ประจำปีละ 120,000 บาทไปจนถึงอายุ 80 ปีแล้วนางสาวดีเลือกซื้อประกันแบบบำนาญที่เลือกรับผลประโยชน์ตอนอายุ 60 ปีก็จะทำให้นางสาวดีได้รับเงินจากบริษัทประกันชีวิตทุกปี 120,000 บาทไปเรื่อยๆจนถึงอายุขัยของตนเองแต่ไม่เกินระยะเวลาครบกำหนดสัญญาของกรมธรรม์เช่น 85 ปีระยะเวลาของกรมธรรม์ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละบริษัทและในระหว่างที่ทำประกันนั้นก็จะมีความคุ้มครองชีวิต  ในส่วนของความคุ้มครองชีวิตหากเสียชีวิตช่วงก่อนจะเกษียณก็จะได้เงินชดเชยที่สูงกว่าเบี้ยที่จ่ายมาแล้วทั้งหมดเล็กน้อย (โดยคิดเป็นเปอร์เซ็นต์จากทุนประกันหรือเบี้ยทั้งหมดที่จ่ายมาแล้ว) หรือจ่ายมูลค่าเวนเงินสดกรมธรรม์ที่มีอยู่แล้วแต่ว่าจำนวนใดจะมากกว่า

 และในปัจจุบันนั้นก็ยังมีนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาที่มาการเพิ่มส่วนของการลงทุนเข้าไปด้วยคือ

1. แบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ (Universal Life) เป็นแบบประกันที่มีความคุ้มครองระยะยาวเช่นเดียวกับแบบตลอดชีพโดยผู้เอาประกันสามารถเลือกความคุ้มครองและสามารถปรับเพิ่มลดทุนประกันชีวิตได้ตามความต้องการของผู้เอาประกันภัยหลักการของแบบประกัน Universal Life นั้นจะเป็นการเปิดเผยข้อมูลแก่ผู้เอาประกันภัยทั้งหมดว่าเราจ่ายเบี้ยประกันภัยมามีหักค่าใช้จ่ายในเรื่องอะไรบ้างเช่นค่าดำเนินการค่าดูแลรักษากรมธรรม์และส่วนที่สำคัญคือค่าการประกันภัย Cost Of Insurance (COI) จะขึ้นอยู่กับเพศและจำนวนความคุ้มครองชีวิตหากเราเลือกทุนความคุ้มครองที่สูงก็จะมีค่าใช้จ่ายที่สูงตามไปด้วยและหลังจากหักค่าใช้จ่ายทั้งหมดเงินส่วนที่เหลือจะถูกนำไปลงทุนตามความเหมาะสมโดยบริษัทประกันจะเป็นฝ่ายตัดสินใจให้ทั้งหมดในเรื่องของการลงทุน

 

2. แบบยูนิตลิ้งค์ (Unit Link) ประกันชีวิตควบการลงทุนเป็นแบบประกันที่มีความคุ้มครองระยะยาวเช่นเดียวกับแบบตลอดชีพเช่นกันซึ่งจะมีลักษณะคล้ายคลึงกับแบบ Universal Life ทั้งเรื่องของการยืดหยุ่นความคุ้มครองการชำระเบี้ยแต่สิ่งที่แตกต่างกับ Universal Life คือผู้เอาประกันจะสามารถตัดสินใจในเรื่องการลงทุนเองโดยมีกองทุนรวมจากหลายๆบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนมาให้ลูกค้าเลือกและมีความหลากหลายมากกว่าขึ้นอยู่กับความเสี่ยงของแต่ละคนโดยกองทุนรวมที่มีให้เลือกนั้นก็จะมีความเสี่ยงตั้งแต่เสี่ยงน้อยไปถึงเสี่ยงมากเช่นกองทุนตราสารหนี้ไทยและต่างประเทศ , กองทุนรวมตราสารทุนไทยและต่างประเทศและอื่นๆขึ้นอยู่กับบริษัทประกันแต่ละที่

 

จากประกันชีวิตแบบควบการลงทุนนั้นก็ต้องบอกว่าทำให้แบบประกันนั้นมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้นสามารถออกแบบให้กรมธรรม์สามารถตอบโจทย์ได้หลากหลายรูปแบบมากกว่าแบบประกันสามัญทั่วไปแต่ผู้ซื้อก็ต้องแลกมากับการทำความเข้าใจในแบบประกันที่มีความซับซ้อนมากกว่าแบบปกติเช่นกันและก็ยังต้องรับกับความเสี่ยงจากการขาดทุนเช่นกันไว้ในโอกาสถัดไปจะมาเล่ารายละเอียดของแบบประกันควบการลงทุนให้ละเอียดขึ้นกว่านี้อีกทีนะครับถ้าเล่าให้ฟังวันนี้ทั้งหมดเกรงว่าจะอ่านกันเหนื่อยเลยครับ

 

วันนี้หวังว่าบทความข้างต้นจะเป็นประโยชน์ไม่มากก็น้อยหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมาณที่นี้ด้วยนะครับสำหรับวันนี้ขอบคุณผู้อ่านที่น่ารักทุกท่านมากๆครับสวัสดีวันสุขครับ

   SAVING MR.BANK

#THAIFA​ “รวม​พลัง​สร้างอนาคต”​