169 : Homeoffice : ความเสี่ยงทางภาษี ที่มักถูกมองข้าม

 

Tax Time by TickMahaesak

169 : Homeoffice : ความเสี่ยงทางภาษีที่มักถูกมองข้าม


ยุค Thailand 4.0

ผู้ประกอบการรุ่นใหม่

หันมาใช้บ้านที่พักอาศัย

ปรับปรุงให้เป็นสำนักงานครึ่งหนึ่ง

และบ้านครึ่งหนึ่ง

หรือที่เรียกว่าโฮมออฟฟิศ

 

การที่ผู้ประกอบการจะเลือกบ้าน

เป็นโฮมออฟฟิศในฐานะเจ้าของบ้าน

คงไม่มีใครมาต่อว่าหรือขัดใจหรอก

 

แต่หากวันใดเกิดเป็นศรีธนญชัย

เปลี่ยนใจมาคิดค่าเช่าบ้าน (ทั้งหลัง)

กับบริษัทของตัวเอง

เพื่อนำไปจ่ายค่างวดธนาคาร

(กะอยู่บ้านฟรี … ว่างั้นเถอะ)

 

ส่วนพื้นที่เหลือของบ้านให้บริษัทฯ

เป็นผู้ใช้และเป็นผู้ครอบครอง

เรื่องนี้แหละจะกลายเป็นงานเข้าทันที

ไม่ช้าก็เร็วเพราะ …

 

การที่ผู้ประกอบการ

นำบ้านอยู่อาศัยของตัวเอง

มาเป็นสำนักงานส่วนหนึ่ง

และเป็นบ้านพักอาศัยส่วนหนึ่ง

แต่คิดค่าเช่าบ้านจากบริษัทฯเต็มมูลค่า

เสมือนว่าบริษัทฯได้เช่าบ้าน “ทั้งหลัง”

 

งานนี้เรื่องจะกลับกลายเป็นว่า

ผู้ประกอบการได้อาศัยอยู่ในบ้าน

หรือพักอาศัยฟรีไม่ต้องเสียสตางค์

ซึ่งผลประโยชน์ของการได้พักฟรี

ถือเป็น “เงินได้ของผู้ประกอบการ”

แบบไม่รู้เนื้อรู้ตัว!!!

 

โม้หรือเปล่า … เอาอะไรมาพูด

โปรดอ่านดู

คำสั่งกรมสรรพากรที่ป. 23/2533

เพื่อทำความเข้าใจก่อนดังนี้

http://www.rd.go.th/publish/3611.0.html

 

(1) กรณีลูกจ้างได้อยู่บ้านของนายจ้าง

      โดยไม่เสียค่าเช่าให้คำนวณประโยชน์เพิ่ม

      จากการนี้เป็นเงินได้พึงประเมิน

      ในอัตราร้อยละ 20 ของเงินเดือนหรือค่าจ้าง

      รวมทั้งเงินเพิ่มตลอดปี (ถ้ามี)

      โดยไม่รวมเงินโบนัสที่จ่ายเป็นรายปี

 

(2) กรณีลูกจ้างหลายคนได้บ้านของนายจ้าง

      หลังเดียวอยู่รวมกันโดยไม่เสียค่าเช่า

      ให้คำนวณประโยชน์เพิ่มตามเกณฑ์ใน (1)

      เป็นเงินได้พึงประเมินของลูกจ้างแต่ละคน

 

(3) กรณีลูกจ้างหลายคนได้บ้านของนายจ้าง

      หลังเดียวอยู่รวมกันโดยไม่เสียค่าเช่าตาม (1)

      ไม่ว่าจะเป็นการโต้แย้ง

      ในชั้นการตรวจสอบไต่สวน

      หรือในชั้นอุทธรณ์ก็ตาม

      ให้เจ้าพนักงานประเมินทำการประเมิน

      ค่าเช่าของบ้านนั้นๆว่าสมควรให้เช่าได้

      ตามปกติปีละเท่าใด

      และให้ทำบันทึกการประเมินไว้เป็นหลักฐาน

      แล้วรายงานขอความเห็นชอบ

      จากอธิบดีกรมสรรพากร

      และให้ถือว่าค่าเช่าบ้าน

      ที่ได้ทำการประเมินนี้

      เป็นเงินได้ของลูกจ้าง

      ที่จะนำมาทำการประเมิน

      หรือพิจารณาชี้ขาดของเจ้าหน้าที่

      ผู้พิจารณาอุทธรณ์แล้วแต่กรณี

      และให้ถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

      เงินได้ในปีภาษีต่อไปด้วย

      เว้นแต่มีข้อเท็จจริง

      หรือสภาพของบ้านเปลี่ยนแปลงไป

 

(4) กรณีลูกจ้างหลายคนได้บ้านของนายจ้าง

      ตาม (3) หลังเดียวอยู่รวมกัน

      ให้เฉลี่ยค่าเช่าบ้านที่ประเมินได้ตาม (3)

      เป็นเงินได้ของลูกจ้างแต่ละคน

      ตามส่วนของเงินเดือน

      หรือค่าจ้างรวมทั้งเงินเพิ่มตลอดปี (ถ้ามี)

      โดยไม่รวมเงินโบนัสที่จ่ายเป็นรายปี

      และให้ถือว่าค่าเช่าบ้านที่ได้ทำการประเมินนี้

      เป็นเงินได้ของลูกจ้าง

      ที่จะนำมาทำการประเมิน

      หรือพิจารณาชี้ขาดของเจ้าหน้าที่

      ผู้พิจารณาอุทธรณ์แล้วแต่กรณี

      และให้ถือเป็นเกณฑ์ในการคำนวณ

      เงินได้ในปีภาษีต่อไปด้วย

      เว้นแต่มีข้อเท็จจริง

      หรือสภาพของบ้านเปลี่ยนแปลงไป

 

(5) กรณีลูกจ้างได้อยู่บ้านของนายจ้าง

      โดยไม่เสียค่าเช่า

      และเป็นบ้านที่นายจ้างได้ไปเช่า

      จากบุคคลอื่นมาอีกต่อหนึ่ง

      ให้คำนวณประโยชน์เพิ่มจากการนี้

      เป็นเงินได้พึงประเมิน

      ตามค่าเช่าที่นายจ้างได้จ่ายไปจริง

 

(6) กรณีลูกจ้างหลายคนได้บ้านของนายจ้าง

      ตาม (5) อยู่รวมกัน

      ให้เฉลี่ยค่าเช่าบ้านที่นายจ้าง

       ได้จ่ายไปจริงตาม (5)

      เป็นเงินได้ของลูกจ้างแต่ละคน

      ตามส่วนของเงินเดือนหรือค่าจ้าง

      รวมทั้งเงินเพิ่มตลอดปี (ถ้ามี)

      โดยไม่รวมเงินโบนัสที่จ่ายเป็นรายปี

 

ก่อนที่จะเกิดอาการเวียนหัว

กฎหมายภาษีอากร

ขอสรุปข้อมูลแบบย่อยง่ายดังนี้

 

หากบ้านที่ให้อยู่ ... เป็นทรัพย์สินของบริษัท

> ลูกจ้างจะมีเงินได้เพิ่มขึ้น 20% ของเงินเดือน

   และผลตอบแทนอื่นๆ

> หากลูกจ้างอยู่กันหลายคน

   แต่ละคนจะมีเงินได้เพิ่ม 20% ของเงินเดือน

   และผลตอบแทนอื่น

> หากกำหนดค่าเช่าที่เหมาะสมได้

   ลูกจ้างจะมีเงินได้เพิ่มเท่ากับค่าเช่าที่กำหนด

> หากกำหนดค่าเช่าได้แต่อยู่กันหลายคน

   ลูกจ้างแต่ละคนจะมีเงินได้เพิ่ม

   ตามสัดส่วนของเงินเดือนที่แต่ละคนได้รับ

 

หากบ้านที่ให้อยู่...เป็นบ้านที่บริษัทเช่า

> ลูกจ้างจะมีเงินได้เพิ่มขึ้น

   เท่ากับค่าเช่าที่บริษัทจ่าย

> หากพักอยู่หลายคน

   ลูกจ้างแต่ละคนจะมีเงินได้เพิ่ม

   ตามสัดส่วนของเงินเดือนที่แต่ละคนได้รับ

 

ไม่อยากจะคิดเลย

ท่านผู้ประกอบการเงินเดือนๆละแสน

รวมกับการที่ได้อยู่อาศัยฟรี

อีก 20 % ต้องเสียภาษีเงินได้เพิ่มเติมเท่าใด?

ตอนนี้คิดออกอยู่อย่างเดียว … ทำบุญเยอะๆ

 

หากมีข้อผิดพลาดประการใด

ถือว่าเป็นข้อบกพร่อง

ที่เกิดจากผู้เขียนเอง

ถ้าผู้รู้จะกรุณาชี้แนะ

ก็ขอขอบพระคุณเป็นอย่างสูง

 

ขอบคุณครับ

#TickMahaesak

#โฮมออฟฟิศ

 

#THAIFA "รวมพลังสร้างอนาคต"